Browse By

Tag Archives: สโมสร

โรดรีโก้ ยืนยันว่าเขาไม่เคยมีความตั้งใจจะย้ายออกจากถิ่นซานติอาโก เบร์นาเบว

กระแสข่าวลือเรื่องอนาคตของ โรดรีโก้ โกเอส ปีกชาวบราซิลของเรอัล มาดริด ถูกพูดถึงอย่างต่อเนื่องในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา หลังจากมีรายงานจากสื่อบางแห่งว่าเจ้าตัวอาจไม่พอใจกับสถานการณ์ในทีมและกำลังพิจารณาย้ายออกในอนาคตอันใกล้ อย่างไรก็ตาม ดาวเตะวัย 24 ปีได้ออกมาให้สัมภาษณ์ล่าสุดเพื่อยุติข่าวลือทั้งหมด โดยยืนยันอย่างชัดเจนว่าเขาไม่เคยมีความตั้งใจจะย้ายออกจากถิ่นซานติอาโก เบร์นาเบว แฟนบอล และยังคงมีความสุขกับชีวิตค้าแข้งในสีเสื้อราชันชุดขาว “ผมอยู่กับสโมสรที่ดีที่สุดในโลก และผมไม่มีเหตุผลใด ๆ ที่จะต้องย้ายไปที่อื่น” โรดรีโก้ กล่าวระหว่างการให้สัมภาษณ์กับสื่อสเปนหลังเกมล่าสุด “ผมรักที่นี่ รักเพื่อนร่วมทีม รักแฟนบอล และผมรู้สึกว่าผมยังสามารถพัฒนาได้อีกมากภายใต้สโมสรแห่งนี้” คำพูดของเขาไม่เพียงทำให้แฟนบอลโล่งใจ แต่ยังสะท้อนให้เห็นถึงความภักดีและความมุ่งมั่นของนักเตะหนุ่มรายนี้ที่มีต่อเรอัล มาดริด ในช่วงต้นฤดูกาลที่ผ่านมา โรดรีโก้ตกเป็นข่าวกับหลายสโมสรในพรีเมียร์ลีก เช่น ลิเวอร์พูล และแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่มีรายงานว่าพร้อมทุ่มเงินก้อนโตเพื่อดึงตัวเขาไปร่วมทีม หลังจากที่เจ้าตัวต้องถูกขยับไปเล่นหลายตำแหน่งในระบบใหม่ของคาร์โล อันเชล็อตติ ซึ่งบางครั้งทำให้เขาไม่ได้ลงเล่นในตำแหน่งถนัด อย่างไรก็ตาม นักเตะยืนยันว่าเขาไม่เคยรู้สึกอึดอัดกับบทบาทในทีม และพร้อมปรับตัวเพื่อช่วยสโมสรให้ประสบความสำเร็จ ตั้งแต่ย้ายจากซานโตสในบ้านเกิดบราซิลมาสู่ถิ่นเบร์นาเบวเมื่อปี 2019 ด้วยค่าตัวราว 45

ศึก กัลโช่ เซเรีย อา 6 นัดแรก ยังไม่มีกุนซือคนใดถูกปลด

ศึกกัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี ฤดูกาลใหม่ได้เปิดฉากไปแล้วกว่า 6 นัด และสิ่งที่น่าสนใจที่สุดในเวลานี้คือการที่ยังไม่มีกุนซือคนใดถูกปลดออกจากตำแหน่งเลย ซึ่งถือเป็นเรื่องที่หาได้ยากในวงการฟุตบอลอิตาลีที่ขึ้นชื่อเรื่องความเข้มข้นและความกดดันในตำแหน่งผู้จัดการทีมเสมอ ความอดทนของบอร์ดบริหารแต่ละสโมสรในซีซั่นนี้จึงถูกจับตามองอย่างมาก เพราะปกติแล้วหลังผ่านไปเพียงไม่กี่สัปดาห์ มักจะมีข่าว “เก้าอี้ร้อน” ของโค้ชบางรายออกมาให้เห็นเป็นประจำ แต่ปีนี้กลับไม่เป็นเช่นนั้น เมื่อมองย้อนไปในอดีต ลีกอิตาลีถือเป็นหนึ่งในลีกที่มีการเปลี่ยนแปลงกุนซือบ่อยที่สุดในยุโรป ฤดูกาลที่แล้วเพียงฤดูกาลเดียวมีถึง 11 สโมสรจากทั้งหมด 20 ทีมที่มีการเปลี่ยนหัวหน้าโค้ชระหว่างทาง บางทีมถึงกับเปลี่ยนถึงสองครั้ง เช่น ซามพ์โดเรีย หรือเวโรน่า ที่อยู่ในกลุ่มหนีตกชั้นจนต้องหาผู้มากอบกู้สถานการณ์แบบฉุกเฉิน แต่ในฤดูกาลนี้ สถานการณ์กลับสงบกว่าที่เคยเป็นมา แม้จะมีบางทีมที่ผลงานไม่ดีเท่าที่ควร แต่ผู้บริหารกลับยังคงให้โอกาสผู้จัดการทีมได้ทำงานต่อไป การที่ 6 นัดแรกของกัลโช่ เซเรีย อาผ่านไปโดยไม่มีการปลดโค้ชนั้น ถือเป็นสัญญาณของความเปลี่ยนแปลงในวัฒนธรรมการบริหารทีมของอิตาลี ซึ่งในช่วงหลังหลายสโมสรเริ่มให้ความสำคัญกับ “ความต่อเนื่อง” มากกว่าการเปลี่ยนแปลงอย่างเร่งด่วน แนวคิดนี้ได้รับอิทธิพลมาจากทีมอย่างนาโปลีและเอซี มิลาน ที่ประสบความสำเร็จในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาเพราะเลือกจะยืนหยัดเคียงข้างโค้ชในยามที่ฟอร์มตกแทนที่จะปลดออก เริ่มกันที่อินเตอร์ มิลาน

ลีซานโดร มาร์ตีเนซ จะสามารถกลับมาลงสนามได้ภายในปี 2025 นี้

ในช่วงเวลาที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีรายงานจากสื่ออังกฤษว่า สโมสรยังคงเชื่อมั่นว่า ลีซานโดร มาร์ตีเนซ กองหลังจอมบู๊ทีมชาติอาร์เจนตินา จะสามารถกลับมาลงสนามได้อีกครั้งภายในปี 2025 นี้ หลังจากที่ต้องพักยาวเพราะอาการบาดเจ็บซ้ำบริเวณเท้า ซึ่งรบกวนเขามาตั้งแต่ปลายฤดูกาลก่อน ลีซานโดร มาร์ตีเนซ นับตั้งแต่ย้ายมาจากอาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม เมื่อปี 2022 ภายใต้การนำของเอริก เทน ฮาก เขาก็กลายเป็นหนึ่งในผู้เล่นคนสำคัญของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดทันที ด้วยสไตล์การเล่นที่ดุดัน กล้าปะทะ และเต็มไปด้วยหัวใจนักสู้ เขาเป็นกองหลังที่แฟนบอลหลงรัก เพราะแม้จะมีรูปร่างไม่สูงมากเมื่อเทียบกับเซนเตอร์ฮาล์ฟทั่วไป แต่ทัศนคติและจิตวิญญาณในสนามของเขาใหญ่กว่าร่างกายหลายเท่า เขาเล่นด้วยความมุ่งมั่นในทุกนาที และมักถูกยกให้เป็นผู้นำในแนวรับ แม้จะเพิ่งย้ายมาค้าแข้งในอังกฤษไม่นาน อย่างไรก็ตาม เส้นทางของมาร์ตีเนซในถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ดไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ หลังจากมีอาการบาดเจ็บที่กระดูกฝ่าเท้าซ้ำในฤดูกาล 2023-2024 ซึ่งทำให้เขาต้องเข้ารับการผ่าตัดและพักยาวเป็นเวลาหลายเดือน การบาดเจ็บดังกล่าวไม่เพียงส่งผลต่อเกมรับของทีมเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อความมั่นใจโดยรวมของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดอีกด้วย เพราะตั้งแต่เขาหายไป ทีมของเทน ฮากก็เสียประตูมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และขาดผู้นำในแนวรับที่คอยคุมจังหวะเกม

เบนฟิก้าประกาศตั้ง มูรินโญ่ คุมถึงปี 2027

การประกาศของสโมสรเบนฟิก้าในการแต่งตั้ง โชเซ่ มูรินโญ่ เป็นหัวหน้าโค้ชคนใหม่จนถึงปี 2027 ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่ววงการฟุตบอลโปรตุเกสและยุโรป มูรินโญ่ไม่ใช่เพียงกุนซือธรรมดา แต่เป็นตำนานที่เคยสร้างชื่อเสียงระดับโลกมาแล้วจากการคว้าแชมป์กับหลายสโมสรยักษ์ใหญ่ การกลับสู่บ้านเกิดของเขาจึงมีความหมายมากกว่าการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งโค้ช แต่มันคือการเริ่มต้นบทใหม่ของเรื่องราวที่เชื่อมโยงกับอดีต ย้อนกลับไปในปี 2000 มูรินโญ่เคยได้รับโอกาสคุมทีมเบนฟิก้า แต่เวลานั้นเขายังเป็นโค้ชที่ไร้ประสบการณ์มากนัก เขาอยู่ในตำแหน่งเพียงไม่กี่เดือนก่อนจะลาออก การกลับมาครั้งนี้จึงเป็นเหมือนการปิดวงกลมชีวิต เขาไม่ได้กลับมาในฐานะผู้มาใหม่ แต่กลับมาในฐานะยอดโค้ชที่เคยคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก, พรีเมียร์ลีก, กัลโช่ เซเรีย อา และลาลีกา การที่เบนฟิก้าเลือกมอบสัญญายาวถึงปี 2027 จึงเป็นการแสดงออกถึงความเชื่อมั่นในบารมีและประสบการณ์ของเขา 2. เหตุผลที่เบนฟิก้าเลือกมูรินโญ่ เบนฟิก้าเป็นหนึ่งในสโมสรที่ใหญ่ที่สุดของโปรตุเกส แต่ตลอดหลายปีที่ผ่านมา พวกเขามักประสบปัญหาในการสร้างความต่อเนื่อง โดยเฉพาะในเวทียุโรป แม้จะประสบความสำเร็จในลีกภายในประเทศ แต่พวกเขายังไม่สามารถกลับไปสู่การคว้าแชมป์ยุโรประดับเมเจอร์ได้อีกนับตั้งแต่ทศวรรษ 1960 การเลือกมูรินโญ่คือการส่งสัญญาณชัดเจนว่าทีมต้องการกลับไปอยู่ในระดับสูงสุด เขามีประสบการณ์คุมทีมใหญ่และรู้วิธีจัดการแรงกดดันระดับทวีป อีกทั้งยังมีชื่อเสียงที่จะช่วยดึงดูดนักเตะคุณภาพเข้าสู่ทีมได้ง่ายขึ้น ผู้บริหารมองว่า มูรินโญ่คือคนที่สามารถยกระดับมาตรฐานของสโมสร และสร้างความสมดุลระหว่างการพัฒนาดาวรุ่งกับการลุ้นความสำเร็จในทันที การตัดสินใจครั้งนี้ยังสะท้อนถึงความมั่นใจว่ามูรินโญ่จะเป็นผู้นำที่สร้างบรรยากาศแห่งความเป็นทีม และปลูกฝังทัศนคติแห่งชัยชนะ

เชลซี ไม่ปิดโอกาสดึงตัว มาร์ค เกฮี กลับสู่รังสิงห์บลูส์

มาร์ค เกฮี ถือเป็นหนึ่งในผลผลิตคุณภาพจากอะคาเดมีของเชลซี ซึ่งเป็นศูนย์บ่มเพาะนักเตะเยาวชนที่มีชื่อเสียงระดับโลก ตลอดสองทศวรรษที่ผ่านมา อะคาเดมีแห่งนี้ได้สร้างสตาร์มากมาย ทั้ง เมสัน เมาท์, รีซ เจมส์ และ แทมมี่ อับราฮัม แม้หลายคนจะไม่ได้อยู่กับทีมชุดใหญ่ระยะยาว แต่สโมสรเชลซีก็มักใช้แนวทาง “ซื้อ-ขาย-ปล่อยยืม” เพื่อต่อยอดนักเตะตามโอกาสและความเหมาะสม เกฮี เติบโตขึ้นในสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยการแข่งขันสูง เขาถูกฝึกทั้งทักษะการอ่านเกม การประกบตัว และการยืนตำแหน่งที่ถูกต้อง ทำให้แม้อายุยังน้อยแต่ก็มีความนิ่งและความเป็นผู้นำเกินวัย การถูกปล่อยตัวออกไปหาโอกาสลงสนามกับสวอนซี ซิตี้ ในแชมเปี้ยนชิพ ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ เขาได้เรียนรู้การเล่นเกมรับที่เข้มข้นและหนักหน่วง จนต่อยอดสู่การย้ายไป คริสตัล พาเลซ และก้าวขึ้นเป็นกำลังหลักของทีมชาติอังกฤษ แม้ในช่วงแรกเชลซีอาจมองว่าเกฮียังไม่พร้อมกับมาตรฐานพรีเมียร์ลีก แต่เมื่อเวลาผ่านไปผลงานของเขากลับสวนทางกับความคิดเดิม ปัจจุบันชื่อของเกฮีถูกพูดถึงว่าเป็นหนึ่งในกองหลังที่คงเส้นคงวาที่สุดในลีก จุดนี้ทำให้เชลซีเริ่มกลับมาทบทวนการตัดสินใจในอดีตและไม่ปิดโอกาสในการดึงตัวเขากลับคืนสู่ถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ 2. เส้นทางจากพาเลซสู่ทีมชาติอังกฤษ หลังการย้ายมาร่วมทีม คริสตัล พาเลซ ในปี 2021

โคปปา อิตาเลีย: ศึกชิงถ้วยแห่งศักดิ์ศรีลูกหนังแดนมะกะโรนี

โคปปา อิตาเลีย (Coppa Italia) ฟุตบอลอิตาลีขึ้นชื่อเรื่องแท็กติกที่เฉียบคม เกมรับอันเหนียวแน่น และประวัติศาสตร์ที่เต็มไปด้วยความยิ่งใหญ่ หากพูดถึงการแข่งขันถ้วยในประเทศที่สะท้อนถึงวัฒนธรรมลูกหนังของชาวอิตาเลียนอย่างแท้จริง คงหนีไม่พ้น รายการฟุตบอลถ้วยที่มีอายุกว่า 90 ปี และยังคงเป็นถ้วยที่ทุกสโมสรในอิตาลีต่างหมายตา แม้จะถูกมองว่าเป็นถ้วยรองเมื่อเทียบกับกัลโช เซเรีย อา แต่ความจริงแล้ว โคปปา อิตาเลียคือเวทีที่เต็มไปด้วยอารมณ์ ความดราม่า และเรื่องราวที่แฟนบอลพูดถึงไม่รู้จบ เพราะนี่คือเวทีที่ทุกทีมมีโอกาสสร้างประวัติศาสตร์ ไม่ว่าคุณจะเป็นสโมสรยักษ์ใหญ่หรือทีมเล็กจากลีกล่าง จุดกำเนิดและประวัติศาสตร์ โคปปา อิตาเลียจัดขึ้นครั้งแรกในปี 1922 ก่อนจะหยุดพักไปหลายปีและกลับมาอีกครั้งในปี 1935 ตั้งแต่นั้นมาถ้วยนี้ก็กลายเป็นส่วนหนึ่งของฟุตบอลอิตาลีมาโดยตลอด รายการนี้เปิดกว้างให้กับสโมสรจากทุกลีก ไม่ว่าจะเป็นกัลโช เซเรีย อา, เซเรีย บี หรือแม้แต่ทีมจากลีกล่าง สิ่งนี้ทำให้การแข่งขันมีสีสันและเต็มไปด้วยความเซอร์ไพรส์ เพราะบางครั้งทีมเล็กสามารถโค่นทีมยักษ์ใหญ่ได้ รูปแบบการแข่งขัน โคปปา อิตาเลียใช้ระบบน็อกเอาต์เป็นหลัก โดยเริ่มตั้งแต่รอบแรกที่ทีมเล็กเจอกันเอง และเมื่อเข้าสู่รอบลึก ๆ

ยูฟ่า ยูโรปา คอนเฟอเรนซ์ ลีก: ถ้วยใหม่แห่งยุโรปกับโอกาสของทุกสโมสร

ในปี 2021 สหพันธ์ฟุตบอลยุโรป (UEFA) ได้เปิดตัวรายการใหม่ที่ชื่อว่า ยูฟ่า ยูโรปา คอนเฟอเรนซ์ ลีก (UEFA Europa Conference League) เพื่อมอบโอกาสให้กับสโมสรจากลีกเล็ก ๆ ในทวีปยุโรปได้สัมผัสบรรยากาศการแข่งขันระดับนานาชาติ และสร้างเวทีที่แฟนบอลทั่วโลกจับตามอง ในโลกฟุตบอลยุโรป การแข่งขันระดับสโมสรคือสิ่งที่แฟนบอลทั่วโลกเฝ้ารอคอย ไม่ว่าจะเป็นยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก หรือยูฟ่า ยูโรปาลีก ต่างก็เต็มไปด้วยเรื่องราวแห่งเกียรติยศ แม้คอนเฟอเรนซ์ ลีกจะถูกเรียกว่าเป็น “ถ้วยใบเล็กที่สุด” ของยูฟ่า แต่แท้จริงแล้ว มันเต็มไปด้วยความหมาย ทั้งในด้านกีฬา วัฒนธรรม และการตลาด และกำลังกลายเป็นหนึ่งในรายการที่แฟนบอลจำนวนมากเริ่มให้ความสนใจ จุดกำเนิดของคอนเฟอเรนซ์ ลีก ยูฟ่าเปิดตัวรายการนี้ในฤดูกาล 2021–2022 ด้วยเหตุผลสำคัญคือการเพิ่มโอกาสให้ทีมจากชาติสมาชิกเล็ก ๆ ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการแข่งขันระดับยุโรป ก่อนหน้านี้ ทีมจากลีกเล็กมักตกรอบคัดเลือกแชมเปียนส์ลีกหรือยูโรปาลีก ทำให้แทบไม่มีโอกาสได้เล่นรอบแบ่งกลุ่ม แต่คอนเฟอเรนซ์

คาราบาว คัพ: ถ้วยรองที่เต็มไปด้วยความหมายและศักดิ์ศรี

ในบรรดาการแข่งขันฟุตบอลถ้วยของอังกฤษ อีกหนึ่งรายการที่มีมนต์เสน่ห์เฉพาะตัวและได้รับการจับตามองมาโดยตลอดคือ คาราบาว คัพ (Carabao Cup) หรือที่รู้จักกันในชื่อทางการว่า EFL Cup การแข่งขันที่ถูกขนานนามว่า “ถ้วยรอง” แต่กลับเต็มไปด้วยเรื่องราวแห่งเกียรติยศ ความตื่นเต้น และโอกาสที่ไม่มีใครคาดคิด แม้หลายคนจะมองว่าคาราบาว คัพไม่สำคัญเท่าพรีเมียร์ลีกหรือยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก แต่ในความจริงแล้ว ถ้วยใบนี้มีความหมายในแง่ของการสร้างความมั่นใจให้สโมสร เป็นพื้นที่แจ้งเกิดของดาวรุ่ง และยังเป็นเวทีที่สร้างเซอร์ไพรส์ให้กับแฟนบอลอยู่เสมอ จุดกำเนิดของคาราบาว คัพ การแข่งขันรายการนี้ถือกำเนิดขึ้นในปี ค.ศ. 1960 ภายใต้ชื่อ Football League Cup โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างการแข่งขันเพิ่มเติมให้กับสโมสรในลีกอาชีพของอังกฤษ และเพิ่มรายได้ให้กับทีมเล็ก ๆ ที่มักมีงบประมาณจำกัด ตลอดเวลากว่า 60 ปีที่ผ่านมา ถ้วยนี้ผ่านการเปลี่ยนชื่อไปตามผู้สนับสนุนหลัก ไม่ว่าจะเป็น “Milk Cup”, “Littlewoods Cup”, “Carling Cup”,

ลีก คัพ: ถ้วยรองที่ไม่ธรรมดา เส้นทางแห่งศักดิ์ศรีในฟุตบอลอังกฤษ

นอกจากเอฟเอ คัพแล้ว อีกหนึ่งรายการที่เต็มไปด้วยเสน่ห์และประวัติศาสตร์ก็คือ ลีก คัพ (League Cup) หรือที่ปัจจุบันใช้ชื่อทางการว่า EFL Cup จากการจัดโดย English Football League และยังเป็นที่รู้จักกันในชื่อ คาราบาว คัพ (Carabao Cup) ตามผู้สนับสนุนหลัก แม้หลายคนจะมองว่าลีก คัพเป็นเพียง “ถ้วยรอง” เมื่อเทียบกับพรีเมียร์ลีกหรือเอฟเอ คัพ แต่ความจริงแล้วการแข่งขันรายการนี้มีความสำคัญมาก โดยเฉพาะสำหรับสโมสรที่ต้องการสร้างความมั่นใจ คว้าเกียรติยศแรก หรือเปิดโอกาสให้นักเตะดาวรุ่งได้ลงสนามพิสูจน์ฝีเท้า จุดกำเนิดของลีก คัพ ลีก คัพถูกก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1960 โดย Alan Hardaker เลขานุการของ Football League ในยุคนั้น ซึ่งมองว่าอังกฤษควรมีการแข่งขันถ้วยอีกหนึ่งรายการเพื่อเพิ่มโอกาสให้สโมสรได้ลงแข่งขันและสร้างรายได้เพิ่มเติม ถ้วยใบนี้เปิดกว้างให้สโมสรในลีกอาชีพของอังกฤษเข้าร่วมตั้งแต่พรีเมียร์ลีกจนถึงลีกทู ความพิเศษคือมันถูกออกแบบมาให้แข่งขันแบบ

ลีดส์ ยูไนเต็ด: ทีมแห่งยอร์กเชียร์ ผู้ไม่เคยยอมแพ้

สโมสรที่มีประวัติศาสตร์เข้มข้น และมีเสน่ห์ที่ไม่เหมือนใครในวงการลูกหนังอังกฤษ หนึ่งในทีมที่ไม่อาจมองข้ามได้คือ ลีดส์ ยูไนเต็ด (Leeds United AFC) สโมสรจากเมืองลีดส์ แคว้นยอร์กเชียร์ตะวันตก ประเทศอังกฤษ ที่แฟนบอลทั่วโลกต่างรู้จักกันดีในฉายา “ยูงทอง” (The Whites หรือ The Peacocks) ลีดส์ ยูไนเต็ดอาจไม่ใช่ทีมที่ครองถ้วยรางวัลมากมายเหมือนแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หรือ ลิเวอร์พูล แต่สิ่งที่ทำให้พวกเขาพิเศษคือ จิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ ความเป็นเอกลักษณ์ของแฟนบอล และเรื่องราวแห่งการพลิกผัน ที่กลายเป็นบทเรียนสำคัญในประวัติศาสตร์ฟุตบอลอังกฤษ จุดกำเนิดและการก่อตั้ง สโมสรลีดส์ ยูไนเต็ดก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1919 หลังจากสโมสรลีดส์ ซิตี้ถูกยุบไปเนื่องจากปัญหาทางการเงินและข้อหาทุจริต ลีกฟุตบอลอังกฤษอนุญาตให้จัดตั้งทีมใหม่ขึ้นแทน และนั่นคือการกำเนิดของ ลีดส์ ยูไนเต็ด สโมสรเริ่มต้นเส้นทางในดิวิชันสอง ก่อนจะไต่เต้าสู่ลีกสูงสุดและเริ่มสร้างชื่อเสียงในช่วงทศวรรษต่อมา ยุคทองภายใต้ดอน เรวี่ ยุคที่ถูกจารึกว่าเป็น “ยุคทอง”